ไต่สือเอี้ย

วันสารทจีน เปิดนรก ปล่อยสัมภเวสี วันดี ๆ ที่ควรอุทิศบุญกุศล

วันสารทจีน “เทศกาลกลางเดือน 7 /ชีเยว่ป้าน”
โดย Voranai Pongsachalakorn(EJeab Academy)

ไต่สือเอี้ย

“วันสารทจีน” เปิดนรก ปล่อยสัมภเวสี วันดี ๆ ที่ควรอุทิศบุญกุศล
เชื่อกันว่าใน “วันสารทจีน/จงหยวนเจี๋ย/กงเจี๋ย/หยีวหลานเผินเจี๋ย” (เทศกาลเซ่นไหว้ผีและวิญญาณ) หรือ “เทศกาลกลางเดือน 7 /ชีเยว่ป้าน” ตามประเพณีจีน เป็นช่วงเวลาที่ “พระยมบาล/เซ็งฮีไต๋ตี๋/เงี่ยมล้อเทียนจือ/เงี่ยมหล่ออ้วง /閻羅王” เปิดประตูนรก ตรวจดูบัญชีวิญญาณคนตายในรอบปี เพื่อส่งแต่วิญญาณไปรับบุญ กรรมตามที่ได้เคยประพฤติ ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้ากระทำดีก็ขึ้นไปสรวงสวรรค์ และก่อกรรมชั่วร้ายก็จะได้ส่งลงสู่ขุมนรก

ในระหว่างนี้การตรวจสอบบัญชี เหล่าดวงวิญญาณญาติมิตรทั้งหลายที่ได้ล่วงลับไปแล้ว จะได้โอกาสกลับขึ้นมาบนโลกมนุษย์ เพื่อเยี่ยมครอบครัวและรับส่วนบุญส่วนกุศล รวมทั้งวิญญาณเร่รอนสัมภเวสีผีไร้ญาติ “ไป๊ฮ๊อเฮียตี๋”ก็จะได้ขึ้นมาเพื่อรับกุศลผลบุญนี้ในคราวเดียวกัน โดยมีเหล่ายมทูตผู้ช่วย/ยมทูตดำขาว/ไต่สือเอี้ย (大士爺) ขึ้นมาคอยควบคุมมิให้เหล่าสัมภเวสีผีไร้ญาติได้เข้าไปล่วงเกินมนุษย์ครับ

ชาวจีนจะเรียกช่วงเวลาเปิดประตูนรกนี้ว่า “เทศกาลผี (鬼節)” มีเวลาประมาณ 1 เดือน เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนก่อนถึงวันไหว้สารทจีนไปจนถึงช่วง “วันปิดประตูนรก” (關鬼門) ซึ่งในวันนั้นตรงกับวันสมภพของ “พระกษิติครรภะโพธิสัตว์/ตี่จั่งอ๊วงผ่อ /Kṣitigarbha Bodhisatava” พระมหาโพธิสัตว์ผู้เป็นเจ้าแห่งนรก/ผู้คุ้มครองปัฐพี ที่ฝ่ายมหายานเชื่อว่า ตอนที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ได้ทรงเรียกพระโพธิสัตว์กษิติครรภะขึ้นมาเป็นพยาน (พุทธประวัติฝ่ายเถรวาท เป็นพระแม่ธรณี) มีวรรณะกายสีเขียวหรือขาว ถือไข่มุกเรืองแสง (ขจัดความมืดมิด) และถือไม้เท้าหัวมีวงแหวน “ขักขระ” สามารถเขย่าเพื่อให้เกิดเสียงดัง ส่งสัญญาณเพื่อเปิดและปิดประตูนรก (แบบที่เห็นพระถังซัมจั๋งถือในภาพยนตร์เรื่องไซอิ๋ว)
ในวันสารทจีน ลูกหลานจะได้แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษซึ่งล่วงลับไปแล้วด้วยการประกอบพิธีเซ่นไหว้บูชาด้วยอาหารและขนมนานาชนิด รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง ลอยโคม/ลอยกระทงส่งดวงวิญญาณ อุทิศให้แก่ผู้ที่ล่วงลับที่ได้กลับมาเยือนโลกมนุษย์เพื่อมาเยี่ยมครอบครัวของตน ทั้งยังได้เผื่อแผ่อุทิศส่วนบุญให้แก่วิญญาณเร่ร่อน สัมภเวสีผีไร้ญาติ ในคราวเดียวกันครับ
*** เรื่องเปิดประตูนรกและวันสารทจีน ยังปรากฏเป็นเรื่องเล่าของพระโมคคัลลานะ ที่เรียกในภาษาจีนว่า “มู่เหลียน” ที่มีมารดาเป็นคนใจบาป ในช่วงเทศกาลกินเจครั้งหนึ่ง นางได้ตั้งใจกลั่นแกล้งผู้ถือศีล ด้วยการเชื้อเชิญมาทานอาหารที่บ้าน โดยผสมน้ำมันหมูไว้ในน้ำแกง เมื่อนางตายจึงตกนรกอเวจี ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
พระโมคคัลลานะได้ถอดกายทิพย์ลงไปในนรกภูมิ จึงได้รู้ว่าแม่ของตนกำลังทุกข์ทรมานด้วยกรรมแห่งความอดอยาก จึงเข้าไปป้อนอาหารแก่แม่ แต่ข้าวสุกอันละเอียดอ่อนที่ป้อนให้แม่นั้น กลับกลายเป็นไฟร้อน เผาผลาญปากจนพุพอง ทั้งยังถูกเหล่าสัมภเวสีในนรกเข้ามารุมยื้อแย่งข้าวไปกินจนหมด
ด้วยความกตัญญู มิอาจเห็นวิญญาณแม่ต้องทุกข์ทรมาน พระโมคคัลลานะจึงได้ร้องขอแก่ยมบาล ให้ลงโทษทัณฑ์กรรมชั่วทั้งปวงของแม่แก่ตน เมื่อยมทูตนำพระโมคคัลลานะไปลงทัณฑ์ในกระทะทองแดง พระพุทธองค์ได้เสด็จลงมาโปรด โดยทรงเทศนาธรรมว่า “…กรรมเป็นของผู้นั้น มิอาจเปลี่ยนแปลงกรรมได้…” พระพุทธองค์ได้มอบคัมภีร์อิ๋วหลันเผินให้แก่พระโมคคลานะ สามารถเรียกเล่าเซียนจากทั่วสารทิศมาช่วยผู้มีพระคุณให้หลุดพ้นจาก ทุกข์ทรมานในนรก
ในเดือน 7 เมื่อประตูนรกเปิด มู่เหลียนได้สวดภาวนาตามคัมภีร์อิ๋วหลันเผิน อุทิศบุญกุศลให้แก่มารดานาน หลายปี จนสามารถช่วยมารดาของเขาให้พ้นโทษทัณฑ์จากนรกได้สำเร็จครับ
*** ในคติความเชื่อ เหล่าดวงวิญญาณสัมเภเวสีผีไร้ญาติ ต่างได้ถูกลงโทษทัณฑ์ตามกรรมอย่างแสนสาหัสในนรกภูมิมาแล้วอย่างยาวนาน เมื่อได้โอกาสขึ้นมาสู่โลกในช่วงเวลาเปิดประตูนรกนี้ ก็อยากได้แต่ความเมตตากรุณาจากผู้คน อยากได้รับกุศลผลบุญ
วันสารทจีนและช่วงเดือนเปิดประตูนรกนี้จึงเป็นวันมหามงคล ที่เราควรแก่การทำบุญอุทิศส่วนกุศลผลบุญให้แก่ผู้ล่วงลับและวิญญาณเร่ร่อน
ไม่มีเรื่องผีร้าย ที่ขึ้นมาจากนรกเพื่อทำร้ายใคร เพราะมันจะยิ่งสร้างกรรมร้ายให้แก่พวกเขา ต้องทุกข์ทรมานในนรกต่อไปอีกไม่รู้จบครับ
อย่าไปใส่ร้าย บูลลี่กระทั้งสัมภเวสีผีไร้ญาติ ให้เป็น “ผีร้าย” ด้วยความไม่เข้าใจในคติความเชื่อโบราณเลย
*** วันนี้ไปทำบุญ อุทิศให้แก่พวกเขากันครับ
วรณัย พงศาชลากร
EJeab Academy
เพราะทุกที่มีเรื่องราวและเรื่องเล่า
*** ภาพ : ยมทูตผู้ช่วย/ยมทูตดำขาว/ไต่สือเอี้ย ผู้ควบคุมสัมภเวสีผีไร้ญาติ ที่ขึ้นมาบนโลกในช่วงเทศกาลผี/เปิดประตูนรก ที่ลานพระเจ้าขี้เรื้อน (ลานยมราชา) ศิลปะแบบปลายบายน (ตามอิทธิพลจีน) ช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 18

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *